“ตัวตน” เปลี่ยนยากแต่จัดการได้


หลายครั้งความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในธุรกิจครอบครัวเป็นผลมาจากการปะทะกันของ “ตัวตน” ที่แตกต่าง ของคนในครอบครัว โดยต่างคนต่างยึดถือใน “ตัวตน” ของตนเป็นสำคัญ

เรียนรู้ปัจจัยที่สร้าง “ตัวตน” ซึ่งยากที่จะเปลี่ยนแต่ไม่ยากที่จะจัดการ

“ตื่นสายไม่ได้แปลว่าขี้เกียจซักหน่อย”

  “ตื่นสายก็สำเร็จได้”

หลายคนคงเคยได้ยินคำพูดนี้จากปากของคนรุ่นใหม่ที่มีวิถีชีวิตเปรียบดั่งแดร็กคูล่าที่ออกหากินในเวลากลางคืน คนเหล่านี้ทำงานและใช้ชีวิตในช่วงเวลาสาย ๆ เที่ยงวันไล่ไปจนถึงหลังเที่ยงคืน ซึ่งเป็นเวลาที่คนเจน Babyboom และเจนX ส่วนใหญ่หลับไหลไปเรียบร้อยแล้ว ความแตกต่างของ“ไลฟ์สไตล์” นี้ บางครั้งก็นำมาซึ่งความขัดแย้งของการทำงานร่วมกันในครอบครัวและปัญหานี้จะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นหากฝ่ายหนึ่งพยายามที่จะ “เปลี่ยน” อีกฝ่ายหนึ่ง

เมื่อในความเป็นจริงแล้วแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะ “เปลี่ยน” ตัวตนของใครได้ การหันมาทำความเข้าใจและเรียนรู้วิธี “จัดการ” กับตัวตนที่แตกต่างของสมาชิกในครอบครัวที่ต้องอยู่และทำงานร่วมกันจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจไม่น้อย

Daniel Shapiro ผู้อำนวยการโครงการการเจรจาระหว่างประเทศของมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด แนะนำให้คนที่ต้องการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในเรื่อง “ตัวตน”  โฟกัสที่ 2A ได้แก่ Affiliation คือ ความเป็นพวกเดียวกัน และ Autonomy คือ อิสระในการทำอะไรก็ได้ภายในอำนาจที่ตนเองมี เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันให้ดี ให้สามารถทำงานร่วมกันได้แม้จะมีตัวตนที่แตกต่างกัน

1. สร้างความเป็นพวกเดียวกัน (Build Affiliation)

ความเชื่อของพี่ชายและน้องชายในการทำธุรกิจอาจแตกต่างกันได้เหมือนฟ้ากับเหว แต่พวกเขาอาจชอบดูฟุตบอลเหมือนกัน หรือคุณพ่ออาจชอบทำงานมาก ๆ ในขณะที่ลูก ๆ อยากให้มีสมดุลระหว่าง Work-Life Balance ที่ดีกว่านี้ แต่คนทั้งสองเจนต่างก็ชอบที่จะหาอะไรอร่อย ๆ กินกัน

สมาชิกครอบครัวแม้จะมีความแตกต่างกันในหลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะในเรื่องงาน จนทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างกัน แต่หากยังต้องทำงานร่วมกันต่อไปหรือต้องอยู่ร่วมกัน การหา “มุม” ที่เหมือนกัน มุมที่จะเป็นดั่งสะพานทอดถึงกัน ถือเป็นหัวใจของการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีรวมไปถึงการ “ซ่อม” ความสัมพันธ์ที่กำลังเสื่อมถอยให้กลับมา “ดีเกือบเท่า” หรือ “ดีเหมือนเดิม” ได้

2. ไม่บอกว่าอีกฝ่ายต้องทำอะไร (Respect Autonomy)

บางคนคงเคยทะเลาะกับเพื่อนหรือพี่น้องแล้วพยายามที่จะบอกให้อีกฝ่าย “ใจเย็น ๆ” ซึ่งเกือบร้อยทั้งร้อยเมื่อคำพูดนี้หลุดออกจากปากเมื่อไหร่ อุณหภูมินอกจากจะไม่เย็นลงแล้ว ยังจะยิ่งร้อนกว่าเดิม ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ? Daniel Shapiro บอกว่า “คนเราไม่ชอบที่จะถูกบอกว่าควรจะต้องทำอะไร”

ดังนั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่ใครบางคนล้ำเส้นเข้ามาในชีวิตของเราแล้วสั่งว่าเราควรจะต้องทำอะไรความรู้สึกไม่พอใจจะพุ่งขึ้นและอยากที่จะโต้ตอบกลับไป สิ่งที่อยากแนะนำก็คือการยอมรับในสิทธิของคนอื่นที่เขาจะเชื่ออะไร จะมีไลฟ์สไตล์ยังไง หรือจะคบกับเพื่อนกลุ่มไหนก็ได้ (แม้เราจะไม่เห็นด้วยก็ตาม !) มันเป็นสิทธิของเขา แต่สิ่งที่เราอาจทำได้ก็คือการแชร์ข้อมูล แชร์ความเห็น แชร์ประสบการณ์ของเราให้เขาฟังในจังหวะเวลาที่เหมาะสม (เช่น หลังจาก Build Affiliation)  แล้วปล่อยให้เขาคิดด้วยตัวเองจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

ถ้ามุ่งแก้ปัญหาความขัดแย้งในธุรกิจครอบครัวโดยใช้เหตุผลแต่เพียงอย่างเดียว คุณอาจสำเร็จได้แค่ครึ่งเดียว เพราะอีกครึ่งหนึ่งของความขัดแย้ง เช่น ในเรื่องของตัวตน นั้น ไม่สามารถแก้ได้ด้วยตรรกะของเหตุและผล แต่เราอาจต้องใช้ “ใจ” เพื่อที่จะเข้าใจและยอมรับในสิ่งที่เขาเป็น และมุ่งที่จะสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันให้ดีเพื่อให้สามารถอยู่และทำงานร่วมกันได้อย่างสุขใจ

“ไลฟ์สไตล์” และปัจจัยอื่น ๆ ที่สร้าง “ตัวตน” ของเรา

“ไลฟ์สไตล์” ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ให้กำเนิดสิ่งที่เรียกว่า “ตัวตน” หรือ Identity ซึ่งหมายถึง ความเป็นตัวเรา (Who you are) สิ่งที่เราให้ความสำคัญ (What you hold as important) หรือมุมมองของเราต่อความหมายของชีวิต (How you conceive of meaning in your life)

นอกจาก “ไลฟ์สไตล์” แล้วก็ยังมีปัจจัยที่ก่อกำเนิด “ตัวตน” อื่น ๆ อีกเช่น ความเชื่อ (Beliefs) ค่านิยม (Values) ประสบการณ์ที่มีความหมาย (Emotionally Meaningful Experiences) ความเป็นพวกเดียวกัน (Allegiances) หรือพิธีกรรมที่มีความหมายต่อจิตใจ (Rituals) เป็นต้น ซึ่งแต่ละปัจจัยมีความหมายโดยสรุป ดังนี้

1. ความเชื่อ (Beliefs) เป็นสิ่งที่ตัวเองมองว่าเป็นความ “จริง”

2. ค่านิยม (Values) เป็นหลักการที่ตัวเองมองว่า “ดี” มองว่า “ถูกต้อง” เป็นเครื่องชี้นำการดำเนินชีวิต มักจะเป็นคำสั้น ๆ เช่น ซื่อสัตย์ ขยัน อดทนอิสระ เสียสละ ยุติธรรม เป็นต้น

3. ประสบการณ์ที่มีความหมาย (Emotionally Meaningful Experiences) เป็นเหตุการณ์สำคัญที่อาจจะดีหรือไม่ดีก็ได้ซึ่งส่งผลเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ความคิด หรือมุมมองของบุคคลที่มีต่อสิ่งรอบตัว เช่น วันแต่งงาน วันที่ลูกคนแรกคลอด อุบัติเหตุ ภัยพิบัติ การถูกดูถูก หรือการได้รับคำชมจากพ่อแม่ เป็นต้น

4. พิธีกรรมที่มีความหมายต่อจิตใจ (Rituals) ซึ่งรวมไปถึง กิจวัตร หรือ ไลฟ์สไตล์ของแต่บุคคล พิธีกรรมที่มีความหมายต่อจิตใจของแต่ละคนอาจจะเหมือนหรือแตกต่างกันได้ และมักจะแตกต่างกันไปในแต่ละครอบครัว เช่น การสวดมนต์ไหว้พระ การทานข้าวร่วมกับครอบครัว เทศกาลเชงเม้ง ไปจนถึงกิจวัตรประจำวัน เป็นต้น

5. ความเป็นพวกเดียวกัน (Allegiances) หมายถึง ความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มความรู้สึกภักดีต่อพวกพ้อง เช่น ครอบครัวเดียวกันโรงเรียนเดียวกัน สมาคมเดียวกัน เชื้อชาติเดียวกัน หรือแม้กระทั่งชอบดาราคนเดียวกัน หรือชอบเล่นเทนนิสเหมือนกัน เป็นต้น

ซึ่งหากเราจะจัดลำดับความยาก-ง่ายในการที่จะเปลี่ยนแปลง “ตัวตน” ของใครคนใดคนหนึ่งผ่านการเปลี่ยนแปลงของปัจจัย 5 ปัจจัยข้างต้นแล้วละก็ เราอาจแบ่งออกได้เป็น 3 ลำดับชั้น

โดย ชั้นที่ 1 คือชั้นของ “ความเชื่อ” ซึ่งเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงยากที่สุด ชั้นที่ 2 คือชั้นของ “ค่านิยม” และ “ประสบการณ์ที่มีความหมาย” ซึ่งยากต่อการเปลี่ยนแปลงรองลงมา และชั้นสุดท้ายคือ ชั้นที่ 3 คือชั้นของ “พิธีกรรมที่มีความหมายต่อจิตใจ” และ “ความเป็นพวกเดียวกัน”

แต่ไม่ว่าจะอยู่ในลำดับชั้นใด การเปลี่ยนแปลง “ตัวตน” ของใครคนใดคนหนึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก การยอมรับตัวตนของคนรอบตัวเราจึงน่าจะเป็นหนทางของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติที่เป็นไปได้มากที่สุด


สรุปข้อคิด

      • หลายครั้ง ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในธุรกิจครอบครัวเป็นผลมาจากการปะทะกันของ “ตัวตน” ที่แตกต่าง ของคนในครอบครัว โดยต่างคนต่างยึดถือใน “ตัวตน” ของตนเป็นสำคัญ
      • “ตัวตน” หรือ Identity หมายถึง ความเป็นตัวเรา สิ่งที่เราให้ความสำคัญ หรือมุมมองของเราต่อความหมายของชีวิต ซึ่งปัจจัยที่ก่อกำเนิดตัวตน ได้แก่ ความเชื่อ ค่านิยม ประสบการณ์ที่มีความหมาย ความเป็นพวกเดียวกันหรือพิธีกรรมที่มีความหมายต่อจิตใจ เป็นต้น
      • ตัวตนเปลี่ยนยาก แต่ “จัดการ” ได้ด้วยวิธี (1) สร้างความเป็นพวกเดียวกัน (Build Affiliation) ด้วยการหา “มุม” ที่เหมือนกันและทำกิจกรรมนั้นร่วมกัน และ (2) ไม่บอกว่าอีกฝ่ายต้องทำอะไร (Respect Autonomy) โดยยอมรับว่าทุกคนมีสิทธิคิดและตัดสินใจได้ด้วยตัวเองเราจะไม่ล้ำเส้นไปคิดแทนเขา

แหล่งที่มา

หนังสือ การเงินธนาคาร ปี 2561 ฉบับที่ 427
อ่านต่อ