เทคนิคลงทุนหุ้น เพื่อเก็งกำไร


ในปัจจุบันการลงทุนในหุ้นเพื่อเก็งกำไรเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น เพราะสามารถทำกำไรได้ในระยะเวลาอันสั้นเห็นได้ผลรวดเร็ว แต่ก็มีนักลุงทุนบางคนที่ไม่สามารถประสบความสำเร็จในการเก็งกำไรจากหุ้นได้เพราะทั้งเทคนิคและประสบการณ์   วันนี้คุณประพัฒน์ พึ่งบุญไพศาล ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ในด้านการลงทุนหุ้นมาอย่างยาวนาน ได้มาแบ่งปันเทคนิคสำหรับการเก็งกำไรจากหุ้นเพื่อเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำหรับนักลงทุนหลายๆท่าน

คุณประพัฒน์ พึ่งบุญไพศาล ผู้ซึ่งเป็นทั้งเทรดเดอร์ และเป็นกรรมการผู้จัดการ ในบริษัท ซุปเปอร์เทรดเดอร์ รีพับบลิค จำกัด ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นในการเป็นเทรดเดอร์ไว้ว่า “ด้วยความชอบการลงทุนตั้งแต่วัยเด็ก และผมมีความใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าของกิจการ จึงมุ่งมั่นศึกษาและหาความรู้อย่างจริงจัง ทั้งจากการฝึกอบรมหลักสูตรนักวินิจฉัยสถานประกอบการ SMEs และศึกษาต่อเพื่อการเรียนรู้มุมมองการทำธุรกิจจนผมจบการศึกษาปริญญาโท ด้านการบริหารงานวิศวกรรม และนั่นเป็นพื้นฐานที่สำคัญ ทำให้ผมมองเห็นตัวตนของตนเองชัดเจนที่ต้องการเดินในสองเส้นทางคือ การเป็นเทรดเดอร์ และผู้บริหาร”

และยังได้แชร์เทคนิคการลงทุนหุ้นแบบเก็งกำไร คือการแบ่งเป็น 2 Portfolio เพื่อทำกำไรในระยะสั้นและระยะยาว

เทคนิคลงทุน “แบ่ง 2 Portfolio”

1. Scalping เก็งกำไร

เน้นความเร็วในการทำกำไรเป็นหลัก ไม่เน้นการรอคอย โจทย์สำคัญของการเก็งกำไร คือ ต้องได้กำไร มากน้อยแต่เน้นขอเก็บกำไร เป็นสำคัญ ถึงแม้บางครั้ง หุ้นที่ซื้อ มีแนวโน้มว่าไปต่อ ในระยะสองถึงสามวัน แต่เมื่อซื้อด้วย Port ที่ใช้เก็งกำไร วินัยจึงต้องมาก่อน โดยเน้น Concept สำคัญ ถ้าจังหวะที่ตัดสินใจซื้อ จะต้องเห็นกำไรภายในสามนาทีถ้าไม่ได้ แสดงว่า จังหวะในการซื้อนั้น คือ ผิดจังหวะ และจะต้องรีบขายคืนทุนให้เร็วที่สุด แล้วทบทวนข้อผิดพลาดกับจังหวะดังกล่าว ว่าเกิดจากอะไร ถึงไม่เป็นไปตามคาด เทคนิคในการเทรดนี้ สิ่งสำคัญเราต้องเข้าใจ

  • รูปแบบ Technical Chart ที่มีโอกาสในการทำให้เห็นกำไร อย่างรวดเร็ว ยกตัวอย่างเช่น Graph ทรงจ่อ Break แนวต้าน
  • พฤติกรรมการซื้อและการขาย ต้องเข้าใจว่าพฤติกรรมการซื้อแบบที่ สะสมก่อนที่จะทำราคาขึ้น มีพฤติกรรมอย่างไร พฤติกรรมการขายแบบไหน ไม่ควรรับซื้อของและควรจะขายตาม รวมถึง พฤติกรรมการซื้อแบบไหนมีโอกาส ทำให้ราคาเริ่มเตรียมพร้อมจะวิ่ง สิ่งเหล่านี้ต้องคอยเฝ้าสังเกต
  • การอ่าน Bid-Offer โดยรูปแบบการตั้ง Bid offer ที่เกิดขึ้นในระหว่างชั่วโมงการเทรด มีความหมาย ซึ่งคนไหนสามารถอ่านออกได้ ว่า Market Maker กำลังตั้งใจจะทำสิ่งใดในเกมที่เขาแสดงให้เราดูอยู่นั้นจะเป็นความได้เปรียบ เพราะมันเป็น สัญญาณเริ่มต้นก่อนทุกอย่างจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะกราฟแท่งเทียน หรือ Indicator
  • Flow ของการซื้อขาย หุ้นที่ใช้ในการเก็งกำไรหลายๆ ครั้ง ถึงกราฟจะเข้า Trade Set Up และ Bid Offer ที่แสดงให้เห็นก็ใช่ว่ามีโอกาสไป รวมทั้งมีพฤติกรรมการเก็บของ พร้อมรอจะทำราคาขึ้น แต่กลับขาด Flow การซื้อแบบต่อเนื่องอย่างมีนัยสำคัญ ราคาก็จะไม่สามารถไปได้อย่างรวดเร็ว ตามกำหนดของวัตถุประสงค์ของการเก็งกำไรได้

ทั้ง 4 องค์ประกอบ เป็นปัจจัยสำคัญที่ใช้เป็นเทคนิคในการมองหาหุ้นในการเก็งกำไร โดยเน้นความเร็วเป็นที่ตั้ง

2. Start To Trend

เป็นเทคนิคในการลงทุนหุ้นแบบที่สอง คือ การหาหุ้นเริ่มต้นเทรนในการหาจังหวะเข้าซื้อ เพื่อเข้าสู่การเป็น Uptrend เต็มตัว เทคนิคการเล่นแบบนี้จะแตกต่างจากแบบ Scalping โดยวิธีนี้จะเน้นถือเพื่อให้เห็นกำไรคำใหญ่ 20-30% ต่อรอบการถือ โดยระยะเวลาไม่ใช่ตัวกำหนด หรือเป็นตัวเร่ง ในการตัดสินใจ

แต่สิ่งสำคัญของการหาหุ้นลงทุนแบบนี้ คือการควบคุมความเสี่ยงด้วย Money Management การวางเงินและกลยุทธ์ในการเข้าซื้อต้องชัดเจนก่อนซื้อ มีการกำหนดรูปแบบของ สถานการณ์ที่ผิดพลาด และการแก้ไขข้อผิดพลาดไว้ล่วงหน้า พอถึงเวลาจะแก้ไขได้ทันที ถ้าไม่ได้เป็นตามคาดในช่วงต้น แต่ท้ายที่สุด เราจะกลับมาชนะจากการใช้กลยุทธ์และการวางเงินที่ถูกต้อง ตามอัตราส่วนที่ผมมักใช้ในการวางเงิน คือ 20 : 80 และ สามเหลี่ยมพีระมิด ซึ่งเป็นกลยุทธ์ควบคุมความเสี่ยง ที่ได้ผลอย่างดีและเน้นปลอดภัย

ทั้ง 2 อย่างด้านบน คือแนวทางและเทคนิคที่ผมใช้สำหรับการลงทุน โดยเน้นปลอดภัย สบายใจกับการลงทุน ผมมักจะเลือกหุ้นปลอดภัยที่หลัก ไม่เน้น Warrant หรือ Product ที่มีความเสี่ยงสูง เพราะโจทย์สำคัญของชีวิตของผม คือ “เจ็บได้ แต่ห้ามเสียหายจนหมดหนทางเดิน”

โปรแกรม SPTR Trading Development Program (SPTR TDP)

คุณประพัฒน์ พึ่งบุญไพศาล ได้อธิบายถึงโปรแกรมที่จะช่วยนักลงทุนหน้าใหม่อย่างโปรแกรม SPTR TDP ไว้ด้วยว่า “การที่ผมได้พบเจอทั้งนักลงทุนหน้าใหม่และนักลงทุนมืออาชีพมากมาย และอยากเห็นนักลงทุนที่เข้ามาในตลาดได้ความรู้ที่ถูกต้อง เป็นระบบ และเอาตัวรอดในตลาดได้ จึงได้พัฒนาโปรแกรม SPTR Trading Development Program (SPTR TDP) ขึ้นมา”

โดย SPTR TDP มีความคล้ายคลึงกับโปรแกรมการลดน้ำหนัก หรือ Fitness สามารถทำให้นักลงทุนที่เข้าฝึกและเรียนรู้นับตั้งแต่ระดับปูพื้นฐาน สู่การพัฒนาฝีมือการเทรดด้วยเทคนิคเฉพาะทางและการทำกำไรในทุกสภาวะตลาดทั้งขาขึ้นและขาลงได้ โดยระบบนี้จะแบ่งออกเป็น 5 ระดับ และในแต่ละระดับจะมีความยากและความท้าทายมากขึ้นเรื่อยๆ

โปรแกรมที่พัฒนาขึ้นมา คุณประพัฒน์ พึ่งบุญไพศาล หวังว่าจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยพัฒนาความสามารถในการเทรดให้กับสมาชิก อย่างน้อยโปรแกรมจะช่วยในเรื่องของความมีวินัยในการฝึกเทรด ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการลงทุน

แหล่งที่มา

หนังสือ การเงินธนาคาร ปี 2561 ฉบับที่ 430
อ่านต่อ