เคล็ด(ไม่)ลับ “Senior Living ปรับบ้านให้คนสูงวัยพึ่งพาตนเองได้” ในงาน Good Living for Aging Society


สาระดีๆ ในงาน Good Living for Aging Society ครั้งที่ 4 โซนที่จัดอยู่ในงาน Money Expo Year-End 2019 ระหว่างวันที่ 28 พ.ย.-1 ธ.ค. 2562 กับคอนเซ็ปต์ “Together Longer” รับฟังสัมมนาเทคนิคการสร้างบ้านที่เป็นมิตรกับผู้สูงวัย ในหัวข้อพิเศษ “Senior Living ปรับบ้านให้คนสูงวัยพึ่งพาตนเองได้” ควรทำบ้านให้เป็นมิตรกับผู้สูงวัยอย่างไร ป้องกันหกล้มหรือความจำเสื่อม เพื่อความสัมพันธ์ที่ยืนยาว ใช้ชีวิตในบ้านได้อย่างอิสระพึ่งพาตนเองได้อย่างสะดวก โดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางการออกแบบสถาปัตยกรรมกับผู้สูงอายุ รองศาสตราจารย์ ไตรรัตน์ จารุทัศน์ จากภาควิชาเคหการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน เวลา 14.30-15.30 น. ณ ฮอลล์ EH99-100 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

รองศาสตราจารย์ ไตรรัตน์ กล่าวว่า จากสถิติของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณะสุข เผยว่าผู้สูงวัยกว่า 85% ประสบอุบัติเหตุหกล้มภายในบ้าน โดยเกิดจากสภาพแวดล้อมในบ้านที่ไม่เอื้ออำนวย ซึ่งความรุนแรงจากการหกล้มสูงสุดคือการเสียชีวิต พบผู้สูงวัยเสียชีวิตถึงปีละ 1,000 คน แนะปรับโครงสร้างบ้านที่ออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญ ป้องกันการหกล้ม แบ่งออกเป็น 3 ส่วนที่สำคัญ คือ

  1. ห้องน้ำ ซึ่งเป็นส่วนที่เกิดการหกล้มมากที่สุด ต้องมีราวจับพยุงในจุดของชักโครก และอ่างล้างหน้า มีเก้าอี้นั่งอาบน้ำ ฝักบัวต้องไม่สูงเกินไป มีหน้าต่างเพื่อระบายอากาศ และควรต้องมีสัญญาณฉุกเฉิน กรณีต้องการความช่วยเหลือ
  2. บันไดภายในบ้าน ควรเป็นทางราบ ความสูงของขั้นบันไดไม่เกิน 15 ซม. และมีราวจับ
  3. ห้องนอน ความสูงของเตียงจากฟูกถึงพื้นควรเป็นระยะที่ผู้สูงวัยนั่งแล้วสามารถวางขาได้ระนาบกับพื้น หรือความสูงของเตียงจากพื้นควรประมาณ 45 ซม. เมื่อลุกจากเตียงควรมีราวจับเพื่อพยุงตัว

นอกจากนี้ ส่วนอื่น ๆ ภายในบ้าน อย่างบริเวณห้องนั่งเล่น ควรมีมุมอดิเรก แสงสว่างภายในห้องที่เพียงพอ โซฟาไม่นิ่มนั่งแล้วตัวไม่จมเกินไป ไม่มีพรมที่พื้นป้องกันการสะดุดล้ม ตลอดจนสวิตช์และปลั๊กไฟ ควรอยู่ที่ความสูงประมาณ 45 ซม. สวิตช์ใหญ่ มีแสงตอนเปิด และมีระบบตัดไฟเพื่อความปลอดภัย

รองศาสตราจารย์ ไตรรัตน์ จารุทัศน์ จากภาควิชาเคหการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อย่างไรก็ดี การปรับโครงสร้างบ้านยังช่วยเอื้อต่อผู้ป่วยอัลไซเมอร์ได้เป็นอย่างดี โดยควรเป็นสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคยคล้ายกับที่อยู่อาศัยเดิม มีบรรยากาศบ้านที่โปร่งแสง ลมดี มีต้นไม้ มีมุมส่วนตัว สิ่งที่คุ้นเคยภายในบ้านควรใช้สีฟ้าเนื่องจากเป็นสีที่สบายตานั่นเอง 

พร้อมกันนี้ภายในงานยังพบกับเทคนิคการตรวจสอบโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) โดยวิทยากร
ศิริภัสสร์ อยู่พิทักษ์ (ครูโย) แนะท่าโยคะเบื้องต้น 4 ท่า ที่สามารถตรวจสอบ และถือเป็นท่าบริหารกล้ามเนื้อกระตุ้นการทำงานของสมองและระบบประสาท ซึ่งจะช่วยเรื่องความจำ สมาธิดีขึ้น ทำให้จิตใจรู้สึกผ่อนคลายที่สามารถทำเองได้ที่บ้าน ประกอบด้วย 1. การยิ้มมุมปาก ทั้งยิ้มเห็นฟัน และไม่เห็นฟัน ในการตรวจเช็คอาการเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณปาก เช่น เกิดอาการปากเบี้ยว หรือตาตกถือเป็นจุดสังเกตุหนึ่งที่เห็นได้ง่ายๆ ที่อาจเกิดความผิดปกติ 2. การอมอากาศไว้ในปาก เพื่อตรวจเช็คอาการเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณแก้ม หรือใบหน้า เช่น หากเกิดอาการใบหน้าชาซึ่งอาจเกิดความผิดปกติ 3. การใช้สายตา โดยเกลือกตาไปมา ซ้าย ขวา บน ล่าง บริหารกล้ามเนื้อตา และท่าสุดท้าย 4. เน้นการยกกระชับบริเวณใบหน้าโดยใช้มือทั้งสองข้างแบนวดยกกระชับบริเวณทั่วใบหน้า ทั้งนี้สามารถติดตามเทคนิคท่าทางโยคะเพิ่มเติมได้ที่เฟสบุ๊กแฟนเพจ Wherever Yoga โยคะที่ไหนก็ได้

 

สำหรับวันนี้ใครที่พลาดงานสัมมนาสาระดีๆ ไป Good living for Aging Society ยังขนทัพสาระความรู้กับสัมมนาในหัวข้อที่น่าสนใจจัดเต็มแบบ 4 วันรวด โดยวันพรุ่งนี้ 29 พฤศจิกายน 2562 ในเวลา 14.00-15.00 น. พบสัมมนาหัวข้อพิเศษ “ลงทุนสุขภาพ รับเทรนด์ Digital Health” แนวโน้มการรักษาใหม่ๆ หรือความพร้อมทางการเงิน ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจะมาให้ความรู้ เพื่อส่งเสริมความใกล้ชิดในครอบครัว อยู่ด้วยกันอย่างมีชีวิตชีวา โดย นพ.มนต์สรร อัศวนพเกียรติ ผู้อำนวยการฝ่ายระบบประกันและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โรงพยาบาลกรุงเทพ คมสัน ผลานุสนธิ กรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาดและผลิตภัณฑ์ บลจ.แอสเซท พลัส จำกัด และราชันย์ ตันติจินดา CFP นักวางแผนการเงิน แล้วเจอกัน!!!

อ่านต่อ

ชอบบทความนี้ แชร์ให้เพื่อนของคุณเลย