รู้ทันเทรนด์ นวัตกรรมดิจิทัล เพื่อสุขภาพรูปแบบใหม่ “ลงทุนสุขภาพ รับเทรนด์ Digital Health” ในงาน Good Living for Aging Society


สาระไม่ควรพลาด!!! ในงาน Good Living for Aging Society ครั้งที่ 4 โซนที่จัดอยู่ในงาน Money Expo Year-End 2019 ระหว่างวันที่ 28 พ.ย.-1 ธ.ค. 2562 กับคอนเซ็ปต์ “Together Longer” รับฟังสัมมนาความรู้ อัพเดทเทรนด์นวัตกรรมดิจิทัล เพื่อสุขภาพรูปแบบใหม่ ในหัวข้อพิเศษ “ลงทุนสุขภาพ รับเทรนด์ Digital Health” แนวโน้มการรักษาใหม่ ๆ หรือความพร้อมทางการเงิน ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาให้ความรู้ เพื่อส่งเสริมความใกล้ชิดในครอบครัว อยู่ด้วยกันอย่างมีชีวิตชีวา โดย นพ.มนต์สรร อัศวนพเกียรติ ผู้อำนวยการฝ่ายระบบประกันและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โรงพยาบาลกรุงเทพ , คมสัน ผลานุสนธิ กรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาดและผลิตภัณฑ์ บลจ.แอสเซท พลัส จำกัด และราชันย์ ตันติจินดา CFP นักวางแผนการเงิน ในวันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2562 ในเวลา 14.00-15.00 น. ณ ฮอลล์ EH99-100 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

นพ.มนต์สรร อัศวนพเกียรติ เผยว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดเมื่อนับจากในช่วง 10 – 20 ปี เช่น นวัตกรรมการพัฒนายาและเวชภัณฑ์ เครื่องมือในการตรวจวินิจฉัยโรคร้ายต่าง ๆ ที่ส่งผลให้บริการที่มีคุณภาพ รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ และเห็นผลชัดเจนมากขึ้น จึงทำให้ระบบบริการมีการพัฒนา และนำเข้าเทคโนโลยีมาใช้ในระบบบริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น ปัจจุบันหลายมีการรักษาโดยการเปลี่ยนลิ้นหัวใจผ่านสายสวนแทนการผ่าตัดเปิดช่องอก แผลมีขนาดเล็ก ผู้ป่วยเจ็บน้อยและฟื้นตัวเร็ว หรือเทคโนโลยีการวางยาสลบ และใส่ยาชาเฉพาะที่ เพื่อบรรเทาอาการปวดแผลน้อยที่สุด เป็นต้น ทั้งนี้การรักษารูปแบบใหม่ แน่นอนว่ามาพร้อมค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้นการวางแผนเตรียมความพร้อมในอนาคตจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม

นพ.มนต์สรร อัศวนพเกียรติ ผู้อำนวยการฝ่ายระบบประกันและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โรงพยาบาลกรุงเทพ

ขณะที่
คมสัน ผลานุสนธิ ได้กล่าวว่า วันนี้การลงทุนมีหลากหลายประเภท แต่การเลือกแหล่งลงทุนหรือผู้จัดการกองทุนถือเป็นเรื่องสำคัญควรเลือกผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเป็นที่ปรึกษา และควรแบ่งสัดส่วนการลงทุนอย่างเหมาะสม เช่น ลงทุนในหุ้นที่มีอัตราเติบโตสูง และแบ่งเป็นส่วนเงินออม หรือสุขภาพ และอื่นๆ สำหรับส่วนของการลงทุนในยุคนี้ ธุรกิจที่มีอัตราหุ้นเติบโตสูงสุดอย่างต่อเนื่อง คงหนีไม่พ้นเรื่องของเทคโนโลยี แต่วันนี้ขณะที่เทรนด์โลกกำลังเปลี่ยนผ่าน กระแสคนหันใส่ใจสุขภาพและโครงสร้างประชากรโลกเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้น การลงทุนธุรกิจเฮลธ์แคร์ขานรับเทรนด์ Digital Health จึงเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากทั่วโลก ด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามามีพัฒนาการอุสาหกรรมในกลุ่มเฮลธ์แคร์ ทำให้เกิดธุรกิจรูปแบบใหม่ และผลตอบในแทนกองทุนระยะยาวพร้อมรับเงินปันผลต่อเนื่อง

ซึ่งหากพูดถึงโอกาสการลงทุนกลุ่มเฮลธ์แคร์ โดยกลุ่มหุ้นกลุ่มที่มีอัตราเติบโตต่อเนื่องคือกลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) หรือกลุ่มผลิตภัณฑ์ยารักษาโรคต่างๆ ที่เรียกได้ว่าเป็นอนาคตใหม่ของวงการสุขภาพ สะท้อนจากในช่วง 7-8 ปีที่ ยอดขายยาที่พัฒนาจากมาเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) เติบโตสูงขึ้นถึง 85% และคาดว่าแนวโน้มในอนาคตอีก 5 ปี การพัฒนาจะช่วยเพิ่มการเติบโตสูงถึง 209%  
คมสัน ผลานุสนธิ กรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาดและผลิตภัณฑ์ บลจ.แอสเซท พลัส จำกัด

ด้าน ราชันย์ ตันติจินดา เผยว่า ปัจจุบันการเลือกออม หรือเลือกกองทุนเพื่อตนเองในระยะยาวถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะนับวันเรามีอายุเพิ่มขึ้น ประกอบกับอนาคตที่อาจไม่แน่นอน ดังนั้นการมีเก็บฝาก หรือกองทุนสุขภาพต่างๆ เพื่อความมั่นคงทางการเงินในอนาคต เพราะเราไม่รู้ว่าสิ่งที่ไม่คาดคิดอาจเกิดขึ้นเมื่อไหร่ โดยหากมองจากสถิติกลุ่มผู้ที่มีอัตราเข้าโรงพยาบาล และอัตราค่าใช้จ่ายต่อปี ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นจำนวนเงินที่ไม่น้อยเลยในแต่ละปีหากเราไม่มีประกันหรือกองทุนสำหรับรักษาตนเองในแต่ครั้ง

  • กลุ่มคนอายุ 61 – 70 ปี จากสถิติเข้าโรงพยาบาล 8-10 ครั้งต่อปี โดยคิดค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 10,000 – 16,000 บาทต่อปี
  • กลุ่มคนอายุ 71 – 80 ปี จากสถิติเข้าโรงพยาบาล 9-10 ครั้งต่อปี โดยคิดค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 18,000 – 22,000 บาทต่อปี
  • กลุ่มคนอายุ 71 – 80 ปี จากสถิติเข้าโรงพยาบาล 9-11 ครั้งต่อปี โดยคิดค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 22,000 – 28,000 บาทต่อปี
ราชันย์ ตันติจินดา CFP นักวางแผนการเงิน

“นอกจากนี้สำหรับการออม หรือการเลือกลงทุนเพื่ออนาคตมีหลากหลายประเภท เช่น ประกันบำนาญ ที่ไม่ต้องรอเกษียณก็สามารถทำได้ หุ้นกู้เอกชน หรือตราสารหนี้เอกชน ที่ออกโดยบริษัทเอกชน กองทุนตราสารหนี้ ผลตอบแทนในระหว่าง 3-5 ปี หรือประเภทเงินออมต่างๆ เช่น ประเภทเงินออมทรัพย์ ที่ผลตอบแทน 0.5% ต่อปี เงินฝากดอกเบี้ยสูง 1.5 – 1.7% ต่อปี หรือเงินฝากประเภทเน้นดอกเบี้ยสูง 3% ต่อปี โดยเงื่อนไขดังกล่าวอยู่ที่ธนาคารกำหนด” ราชันย์ กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ภายในงานยังพบกับกิจกรรม “โยคะ ปรับสมดุลกระดูดและกล้ามเนื้อ” โดย
อานนท์ อุส่าห์เพียร (ครูอาดัม) แนะเทคนิคท่าโยคะ ช่วยเพิ่มการยืดหยุ่นให้เส้นเอ็น กระดูก กล้ามเนื้อ และข้อต่อทุกข้อ ปรับสมดุลกระดูดและกล้ามเนื้อง่ายด้วยตนเองได้ที่บ้าน ประกอบด้วย

1. การนั่งบนเก้าอี้
จากนั้นเอียงตัวไปด้านข้างทั้ง 2 ฝั่ง และยกแขนทั้ง 2 ฝั่ง โดยค้างท่าไว้ประมาณ 5 ลมหายไว้ จะช่วยคลายอาการปวดหลังปวดเอว 2. ท่านั่งบิดลำตัว บิดลำตัวทั้งซ้าย และขวา โดยค้างไว้ 5-10 ลมหายใจ ช่วยเรื่องยืดคลายกล้ามเนื้อไหล่ หน้าอก และช่วยกระตุ้นการทำงานอวัยวะภายในช่องท้อง 3. ท่าโน้มไหล่หาเข่า โดยใช้มือขวาจับเข่าซ้าย จากนั้นยกแขนซ้ายชิดหู และโน้มไหล่บิดตัวลง ท่านี้จะช่วยเรื่องคลายอาการปวดหลังส่วนล่าง และช่วยยืดข้อต่อไหล่ ทั้งนี้สามารถติดตามเทคนิคท่าทางโยคะเพิ่มเติมได้ที่เฟสบุ๊กแฟนเพจ @adambeardyogi ครูโยคะมีเครา

 

สำหรับวันนี้ใครที่พลาดงานสัมมนาสาระดี ๆ ไป Good living for Aging Society ยังขนทัพสาระความรู้กับสัมมนาในหัวข้อที่น่าสนใจจัดเต็มแบบ 4 วันรวด โดยวันพรุ่งนี้ 30 พฤศจิกายน 2562 ในเวลา 14.30-15.30 น. พบสัมมนาหัวข้อพิเศษ “การเงินอุ่นใจ บ้านอบอุ่น รีบชีวิตเกษียณ” กับแนวคิดที่เปลี่ยนไป เรื่องที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยที่อาจจะไม่ได้อยู่กับครอบครัว เพื่อตั้งเป้าหมายการเงินให้พร้อมรองรับชีวิตวันข้างหน้า พบกับผู้เชี่ยวชาญที่มาให้ความรู้ โดย ศศิวิมล สิงหเนตร Happy Director MEESUK SOCIETY ผศ.ดร.ดวงใจ หล่อธนวณิชย์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาธุรกิจและการดูแลสังคมสูงอายุ คณะบัญชีและบริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และราชันย์ ตันติจินดา CFP นักวางแผนการเงิน แล้วเจอกัน !!!

อ่านต่อ

ชอบบทความนี้ แชร์ให้เพื่อนของคุณเลย