“ชีวิตไม่มีแก่ ดูแลถูกวิธี สร้างสัมพันธ์คนใกล้ชิด” ในงาน Good Living for Aging Society


พบเรื่องราวดีๆ ดีต่อใจ และคนใกล้ชิด!!! ในงาน Good Living for Aging Society ครั้งที่ 4 โซนที่จัดอยู่ในงาน Money Expo Year-End 2019 ระหว่างวันที่ 28 พ.ย.-1 ธ.ค. 2562 กับคอนเซ็ปต์ “Together Longer” รับฟังสัมมนาความรู้ กับเรื่องราวดีๆ กับการดูแลผู้สูงวัยด้วยความเข้าใจ ในหัวข้อพิเศษ “ชีวิตไม่มีแก่ ดูแลถูกวิธี สร้างสัมพันธ์คนใกล้ชิด” จะทำร่างกายให้แข็งแรงได้ยาวนานที่สุดอย่างไร มาฟังความรู้จากนักกายภาพบำบัด และการดูแลผู้สูงวัยที่ถูกวิธี เช่น เทคนิคช่วยพยุงผู้สูงวัย-ลุกนั่ง-เดิน โดย ผศ.ดร.กภ.ภครตี ชัยวัฒน์ รองคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล และพบกับแรงบันดาลใจที่จะทำให้อยากสตรองและสมาร์ท โดยนักแสดงสูงวัย เดือนเต็ม สาลิตุล ในวันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม 2562 ในเวลา 14.30-15.30 น.

คุณเดือนเต็ม สาลิกุล ดารานักแสดงที่มีชื่อเสียง เผยถึงเคล็ดลับการเตรียมตัวก่อนเข้าสู่ช่วงสูงวัยและดูแลร่างกายให้แข็งแรงสิ่งแรก คือ การวางเป้าหมายในอนาคตว่าเราจะเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ ซึ่งร่างกายแข็งแรงจึงมีความจำเป็นอันดับต้นๆ โดยการออกกำลังกาย การเลือกทานอาหาร การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งจำเป็น

ปัจจุบันตนเองมีอายุ 62 ปีแล้ว การดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกายจึงจำเป็นต้องเลือกวิธีการที่เหมาะสมกับอายุและร่างกาย ซึ่งการเดินเร็วถือได้ว่าเป็นวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุมากที่สุด ส่วนในเรื่องของการเลือกรับประทานทานอาหาร ส่วนตัวแล้วจะทานอาหารไม่ปรุงรสและทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ตามหลักโภชนาการ

สิ่งสำคัญอีกอย่างที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้สูงอายุ คือการพักผ่อนที่เพียงพอ ซึ่งในส่วนตัวแล้วแม้ว่าจะมีงานละครค่อนข้างเยอะ จึงมีเวลาพักผ่อนจำกัด วิธีการจัดการคือพักผ่อนให้เร็วขึ้น ใช้เวลาในการนอนให้เหมาะสม เช่นโดยปกติแล้วร่างกายของเราจะรีเซ็ตตนเองในช่วงระยะเวลา 21.00 -03.00 น. ดังนั้นการเลือกช่วงนี้เวลาในการนอนที่เหมาะสมที่สุดคือช่วงเวลา 21.00 น. –  03.00 น. เพื่อให้ร่างกายพักผ่อนได้ดีที่สุด นอกจากนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้สูงอายุคือการมองโลกในแง่บวกมองและคิดสิ่งต่างๆ ในแง่บวกซึ่งจะส่งผลดีต่อสุขภาพจิตของผู้สูงอายุเอง

คุณเดือนเต็ม กล่าวว่า การดูแลสุขภาพถือเป็นเรื่องสำคัญของทุกคนไม่ใช่เฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุเท่านั้น แต่สำคัญกับทุกคนทุกวัย   โดยส่วนตัวเป็นคนให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ ซึ่งเริ่มดูแลสุขภาพมาตั้งแต่ช่วงอายุ 25 ปี มีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทานผลไม้ ลดอาหารรสจัด หวานหรือเค็มเกินไป ขณะเดียวกันก็ใช้ธรรมชาติบำบัดในการดูแลและรักษาสุขภาพร่างกาย เช่น การทานผลไม้ การทานพืชผักที่เป็นสมุนไพรดีต่อสุขภาพ เมื่อเกิดอาการเจ็บป่วยหรือมีปัญหาของร่างกาย เช่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อก็ไม่เลือกที่จะทานยา แต่เลือกวิธีการออกกำลังกายหรือปรึกษานักกายภาพบำบัด เพื่อให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น 

นักแสดงสูงวัย เดือนเต็ม สาลิตุล

ด้าน ผศ.ดร.กภ.ภครตี ชัยวัฒน์ รองคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กรคณะกายภาพบำบัดมหาวิทยาลัยมหิดล  กล่าวว่า จากประสบการณ์ทำงานร่วมกับผู้สูงอายุที่ผ่านมา อยากให้ทำความเข้าใจว่าผู้ทำกายภาพบำบัดไม่ใช่ผู้ป่วยเสมอไป แต่ผู้รับการทำกายภาพบำบัดสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่

  • กลุ่มผู้ออกกำลังกายที่ต้องการฟื้นฟู หรือกลุ่มที่ต้องการแก้ไขปัญหาเล็กๆ ในน้อยจากความผิดปกติของร่างกาย ซึ่งแม้ว่าปัญหานี้จะไม่ได้รับการแก้ไข แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
  • กลุ่มผู้ป่วย หรือผู้ที่มีปัญหาหรืออุปสรรคในการดำเนินชีวิตที่เกิดจากความผิดปกติของร่างกาย

สำหรับอาการผิดปกติที่เกิดกับร่างกายของผู้สูงอายุ อาจเกิดจากพฤติกรรมที่ทำอยู่โดยปกติในการดำเนินชีวิต ซึ่งผู้สูงอายุได้กระทำติดต่อกันมาเป็นเวลานาน หรืออาจทำตั้งแต่ในช่วงที่มีอายุน้อยอยู่จนเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ เช่น การนั่งผิดลักษณะ ซึ่งอาจจะส่งผลให้ เกิดอาการปวดหลังหรือผิดปกติกับร่างกายในช่วงที่อายุสูงวัยแล้ว

การแก้ปัญหาเหล่านี้ จำเป็นต้องมีการแก้ไขพฤติกรรมหรือการสร้างพฤติกรรมที่เรียกว่า “เป็นต้นทุนให้กับสุขภาพร่างกายในอนาคต”  คือการสร้างพฤติกรรมที่ถูกลักษณะให้เป็นกิจวัตร และวิธีการดูแลตัวเองและสร้างความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิดมีอยู่ด้วยกัน 3 วิธีง่ายๆ คือ  

ผู้สูงอายุต้องสังเกตุความผิดปกติร่างกาย

เริ่มตั้งแต่การตื่นนอนในแต่ละวัน เราต้องรู้จักสังเกตตัวเอง โดยส่งกระจกเพื่อสำรวจตัวเองว่ามีความผิดปกติของส่วนใดในร่างกาย เพราะหากร่างกายผิดธรรมชาติ เสมือนเป็นสัญญาณเตือนเราว่า มีความผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายของเราแล้ว เช่น หัวไหล่ด้านหนึ่งด้านใดอาจจะสูงหรือต่ำกว่ากัน

เมื่อเราพบว่าร่างกายมีความผิดปกติ สิ่งสำคัญคือ ต้องมีการปรึกษานักกายภาพบำบัด ไม่ควรรักษาด้วยวิธีการทานยาเอง หรือออกกำลังกายด้วยถ้ากายบริหารที่ไม่เหมาะสมกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อในร่างกาย เพราะในบางครั้ง การออกกำลังกายด้วยตนเองไม่สามารถกระตุ้นกล้ามเนื้อบางชนิดและอาจเป็นการออกกำลังกายที่ไม่ถูกต้อง

ดูแลตัวเองด้วยวิธีการออกกำลังกาย

วิธีการดูแลตนเอง ด้วยการออกกำลังกายเป็นวิธีที่ดีที่สุด สำหรับผู้สูงอายุควรออกกำลังกายด้วยการเดินเร็วสามารถทำได้โดยการเดินอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 10 – 15 นาทีต่อวัน หรือเดินเร็วสะสม 150 นาทีต่อสัปดาห์ การออกกำลังกายรูปแบบนี้ ถือว่าเป็นการออกกำลังกายระดับกลาง ซึ่งจะช่วยในการกระตุ้นหัวใจให้เกิดการสูบฉีดเลือดหมุนเวียนที่ดี และยังกระตุ้นการเต้นของหัวใจที่เหมาะสม

นอกจากการเดินเร็วเพื่อออกกำลังกายแล้ว การเดินร่วมกันกับสมาชิกในครอบครัวก็เป็นอีกวิธีหนึ่งของการออกกำลังกายที่ดีสำหรับผู้สูงอายุ เนื่องจากการเดินร่วมกับสมาชิกในครอบครัวอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 10 นาที จะช่วยให้เกิดความผ่อนคลายในระหว่างการเดิน ซึ่งจะมีการสนทนาเกิดขึ้นช่วยให้ผู้สูงอายุผ่อนคลายและมีสุขภาพจิตที่ดี

“อย่างไรก็ตามในการออกกำลังกายนั้น ควรอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมไม่สร้างภาระให้กับร่างกายคือไม่ส่งผลให้เกิดอาการปวดหรือปวดชา ซึ่งจะกลายเป็นปัญหาให้กับผู้สูงอายุมากกว่าการได้ประโยชน์”

พักผ่อนให้เพียงพอ 6-8 ชั่วโมง

การพักผ่อนมีความสำคัญต่อผู้สูงอายุ โดยการพักผ่อนที่เหมาะสมของผู้สูงอายุนั้น คือการได้นอนหลับพักผ่อนวันละ 6- 8 ชั่วโมง การนอนหลับจำเป็นต้องมีการจัดระเบียบร่างกาย เพราะการนอนแต่ละครั้งใช้เวลานานถึง 6 ชั่วโมง ดังนั้นการจัดสิ่งแวดล้อมรอบตัวในการนอน จึงมีความจำเป็นเพื่อป้องกันการผิดรูปของกล้ามเนื้อหรือกระดูก เช่น ในการนอนตะแคงควรมีหมอนข้างเพื่อป้องกันการบิดของเอวที่ผิดรูป หมอนหนุนควรมีองศาที่เหมาะกับระดับของต้นคอไม่สูงเกินไปหรือไม่ต่ำเกินไป เพราะอาจก่อให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออักเสบที่ต้องคอได้

สำหรับลูกหลานที่ต้องเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุ

ควรศึกษาวิธีการเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุหรือการพยุงให้ผู้สูงอายุสามารถลุกนั่งได้ด้วยตนเอง และไม่เกิดอันตรายหรืออุบัติเหตุจากการลุก ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว  เช่น  โรคข้อเข่าเสื่อม ไขข้อเสื่อม โดยบุตรหลานผู้ดูแลต้องรู้และเข้าใจว่าผู้สูงอายุที่ตนเองดูแลมีปัญหาหรือมีโรคประจำตัว หรือมีปัญหาเกิดกับอวัยวะในส่วนใดของผู้สูงอายุ เพื่อจะได้นำมาใช้ช่วยเหลือผู้สูงอายุได้อย่างถูกต้อง ในกรณีที่ต้องการพยุงให้ผู้สูงอายุลุกขึ้นยืน ผู้ดูแลต้องรู้ว่าผู้สูงอายุท่านนั้นมีปัญหาที่จุดใดของร่างกาย เช่น มีอาการไขข้ออักเสบที่แขน ข้อเข่า หรือข้อเข่าเสื่อมอยู่ด้านขวาหรือด้านซ้าย

ในกรณีที่ผู้สูงอายุมีปัญหาข้อเข่าเสื่อมอยู่ด้านขวา การพยุงให้ลุกขึ้นยืน จะต้องยืนอยู่ด้านขวาของผู้สูงอายุ เพื่อคอยพยุงอวัยวะในส่วนที่มีปัญหา แต่ต้องไม่ฉุดหรือดึงให้ผู้สูงอายุลุกขึ้นยืน ผู้ดูแลควรทำหน้าที่พยุงในจุดที่มีปัญหาเท่านั้นส่วนในการลุกขึ้นยืน ควรปล่อยให้ผู้สูงอายุทำด้วยตนเอง เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถกระทำได้ด้วยตัวเอง

ผศ.ดร.กภ.ภครตี ชัยวัฒน์ รองคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล

ทั้งนี้ในการช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถลุกยืนได้ด้วยตัวเองนั้น ผู้ช่วยจะต้องยืนอยู่ด้านซ้ายหรือด้านขวาแต่จะไม่ยืนอยู่ด้านหน้าของผู้สูงอายุ และในการพยุงให้ลุกขึ้นยืนผู้ช่วยจะต้องไม่ออกแรงฉุดที่แขน เพราะอาจทำให้เกิดผลเสียจากแรงดึงทำให้ข้อแขนหรือต้นแขนเกิดการบาดเจ็บได้ หากจำเป็นต้องมีการดึงหรือออกแรงช่วยพยุงให้ผู้สูงอายุลุกขึ้นยืนได้ สามารถออกแรงยกหรือดึงที่เข็มขัดด้านหลังของผู้สูงอายุแทนการออกแรงดึงที่แขนหรือลำตัว

ทั้งนี้ภายในงานยังพบกับกิจกรรม “สอนขายของออนไลน์ สไตล์วัยเก๋า” โดยวรางคณา จำปาทอง (ชมภู่) Action to goals กิจกรรมในวันนี้นอกจากเราจะมุ่งสร้างแรงบันดาลใจ และแรงกระตุ้นให้กับกลุ่มวัยเก๋าให้เท่าทันกับดิจิทัลและเทคโนโลยีออนไลน์แล้ว เรายังพร้อมมาแนะเทคนิคการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ Social Network เพราะวันนี้เชื่อว่าผู้สูงวัยหลายท่านอาจกำลังมองหาช่องทางสร้างรายได้หลังเกษียณ โดยวันนี้วิธีการนำเสนอสินค้าขายบนโลกออนไลน์ ผ่านเฟสบุ๊ก (Facebook) นับเป็นวิธีการหนึ่งที่ได้รับความสนใจอย่างมาก ซึ่งแน่นอนว่าการขายของ สิ่งแรกที่เราควรคำนึงคือ เราจะขายอะไร อยากแนะนำว่าควรเลือกสินค้าที่เราชอบ หรือที่เราคุ้นเคย การนำเสนอโดยถ่ายภาพสินค้าที่มีความชัดเจนและน่าสนใจ และการใช้ภาษาในการโพสต์นำเสนอชูจุดเด่นสินค้าที่สร้างความดึงดูดความสนใจ นอกจากการโพสต์ขายสินค้าแล้ว ปัจจุบันเทรนด์ขายสินค้าที่กำลังมาแรงอีกอย่างหนึ่งคือการไลฟ์สดขายสินค้า โดยสำคัญที่ Action การนำเสนอที่โดดเด่นด้วยน้ำเสียง การใช้คำพูด และการดึงความเด่นของการใช้งาน หรือคุณสมบัติพิเศษต่างๆ ของสินค้า ให้ลูกค้าได้เข้าถึงคุณภาพสินค้า โดยกิจกรรมเหล่านี้ผู้สูงวัย หรือวัยเก๋าสามารถทำเองได้ที่บ้าน งานนี้จะเริ่มต้นด้วยการโพสต์ขาย หรือจะไลฟ์สดเพื่อนำเสนอสินค้าเลยก็ได้ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละท่าน

 

งานนี้ใครพลาดไป Good Living for Aging Society ครั้งที่ 4 ยังพร้อมเก็บบรรยากาศกิจกรรม พร้อมเทคนิค สาระดีๆ มาฝากทุกท่าน โดยสามารถติดตาม หรือสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่เฟสบุ๊กแฟนเพจ @GoodAgingSociety

อ่านต่อ

ชอบบทความนี้ แชร์ให้เพื่อนของคุณเลย